Neuter Lover
นิวเตอร์ เลิฟเวอร์
2019 This World Is Wrong
จำนวน 10 เพลง
This World Is Wrong
Neuter Lover
Himitsu
Neuter Lover
Dream On
Neuter Lover
Blazing Sun
Neuter Lover
Horizon
Neuter Lover
Silver Diamond
Neuter Lover
Awaken Dream
Neuter Lover
Star Night Galaxy
Neuter Lover
Bangkok Sky
Neuter Lover
R.I.P. (Rest in Pieces)
Neuter Lover
2015 This World Is Wrong (Album Demo)
จำนวน 9 เพลง
This World Is Wrong (Demo)
Neuter Lover
Himitsu (Demo)
Neuter Lover
Dream On (Demo)
Neuter Lover
Horizon (Demo)
Neuter Lover
Silver Diamond (Demo)
Neuter Lover
Awaken Dream (Demo)
Neuter Lover
Star Night Galaxy (Demo)
Neuter Lover
Bangkok Sky (Demo)
Neuter Lover
R.I.P. (Rest In Pieces) (Album Version Demo)
Neuter Lover
2014 I Am Neuter Lover
จำนวน 5 เพลง
Cry
Neuter Lover
End
Neuter Lover
Fade Away
Neuter Lover
หา (Find)
Neuter Lover
หวัง (Hope)
Neuter Lover
2014 On The Way To The Blue Sky
จำนวน 4 เพลง
Blazing Sun (Demo)
Neuter Lover
R.I.P. (Rest In Peace) (Demo)
Neuter Lover
Bangkok Sky (Demo)
Neuter Lover
Dream On (Demo)
Neuter Lover
อิสระ (Independent Artist)
กรุงเทพมหานคร
ประวัติศิลปิน
“อย่าเอาเราไปเหมารวมอยู่ในหมวดอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอะไรนั่นเลยนะ!”


ดนตรีของ Neuter Lover คือสายเสียงของขิมที่แหวกขนบ โอบล้อมด้วยบรรยากาศ ambient ของดนตรี electronic และ post-rock เจ้าของรางวัล AVIMA 2010 (Asia Pacific VOICE Independent Music Awards) สาขา "Moody melancholic masterpiece”.

Neuter Lover (นิวเตอร์ เลิฟเวอร์) เริ่มงานสายดนตรีด้วยการเป็น Bedroom Studio Artist ทำงานเพลงในแนวดนตรีที่ผสมผสานระหว่างเสียงกีต้าร์โหยหวนแบบ Shoegaze กับเสียงสังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์ที่ให้บรรยากาศหม่นๆ แบบ Ambient

ด้วยเสียงร้องและซาวด์ดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ Neuter Lover ได้รับเลือกให้เข้ารอบ 15 ศิลปินสุดท้ายของ FAT Awards ครั้งที่ 3 สาขา “Bedroom Artist of The Year” (โดย FAT Radio, FM 104.5) และเพลง “หา (Find)” ก็ถูกคัดเลือกไปรวมในอัลบั้ม DDT Magazine's compilation vol.4 อีกทั้งมีโอกาสได้ขึ้นแสดงในงาน Fete de la Music 2005 เพราะเดโม 10 เพลงที่ทำเองคนเดียวล้วนๆ ได้รับคะแนนสูงสุดจากกรรมการ

ทันที่ที่เผยแพร่เดโมบนอินเตอร์เน็ต Neuter Lover ก็ขึ้นชาร์ทอันดับหนึ่งสาขา Alternative / Shoegaze ของเว็บไซต์ audiostreet.net คอมมูนิตี้ดนตรีสำหรับศิลปินอิสระจากทั่วโลก ซึ่งก็ได้เปิดประตูไปสู่โอกาสใหม่ๆ แต่โชคร้ายที่ Neuter Lover สูญเสียเวลาไปสองปีกับทางเลือกที่ผิดพลาดในอุตสาหกรรมดนตรี และชีวิตพังพินาศ

หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาที่เลวร้าย มินิอัลบั้ม “I am Neuter Lover” ก็สำเร็จออกมาในเดือนเมษายน 2010 เป็นการทำงานสตูดิโอที่กินเวลามาตั้งแต่ปี 2007 โดย Neuter Lover รับหน้าที่เป็น Producer เอง และร่วมงาน production กับเพื่อนๆ ศิลปินวง Death of a Salesman, Private Trip, เบ้ง Redtwenty และเพื่อนๆ นักดนตรีที่เข้าใจดนตรีของตน ช่วยกันสร้างสรรค์เติมเต็มบนเพลง แล้วทุกแทร็คก็ได้รับการ Mix / Mastering โดย วู้ดดี้ พรพิทักษ์สุข เจ้าของรางวัล Grammy Awards ครั้งที่ 43 จากอัลบั้มในตำนาน: Louis Armstrong - The Complete Hot Five and Hot Seven Recordings.

มินิอัลบั้ม “I am Neuter Lover” ได้คว้ารางวัล AVIMA 2010 (Asia Pacific VOICE Independent Music Awards) รองชนะเลิศอันดับสอง (Bronze) สาขา "Moody melancholic masterpiece” จากเพลง “หา (Find)” และเข้าชิงรางวัล "คม ชัด ลึก อวอร์ด ครั้งที่ 8” สาขาศิลปินหญิงยอดเยี่ยม ในปี 2011 อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเข้าไปถึงรอบสุดท้าย ชื่อของ Neuter Lover หลุดไปเข้าชิงในสาขาที่มีแต่วงดนตรีชายล้วน เพราะทีมที่เสนอชื่อนั้นคัดเลือกด้วยการฟังแต่ตัวเพลงล้วนๆ ตั้งแต่นั้นมา Neuter Lover จึงตระหนักได้ว่า ดนตรีของตนนั้นไม่มีเพศ (เช่นเดียวกับการเลือกที่จะไม่ระบุตัวเองเป็นเพศใดๆ)

เมื่อได้ค้นพบซาวนด์เฉพาะตัวของตนเองในตอนที่นำขิมไปแจมกับ Koichi Shimizu และศิลปินจากค่าย SO:ON ความคิดสร้างสรรค์ในการแต่งเพลงและแสดงดนตรีก็ก้าวกระโดดขึ้นไปอีกระดับ

Neuter Lover ได้มีโอกาสตระเวนแสดงดนตรีในเทศกาลดนตรีและสถานที่ที่ไม่ธรรมดา เช่น Stone Free Music Festival, Noise Market, Live Loop Asia, Big Mountain Music Festival เก็บเกี่ยวประสบการณ์และเรื่องราวมากมาย ได้ทดลองสรรค์สร้างบรรยากาศของเสียงด้วยอุปกรณ์ทางดนตรีเฉพาะตัว และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ชมนานาชาติ ซึ่งจุดประกายความหวังให้นำพาดนตรีออกไปสู่โลกกว้าง

Neuter Lover สะสมแรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่จะทำอัลบั้มถัดไป และเริ่มทำเดโมตั้งแต่ปี 2011 ใช้ระยะเวลานับ 7 ปีในการแต่งเพลงทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว ในขณะที่ต้องต่อสู้ไปกับโรคประจำตัวเกี่ยวกับกล้ามเนื้อเส้นประสาทและภาวะจิตตก เดโมเพลงสุดท้ายมาเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน 2017 และมันก็รุนแรงพอที่จะกลายเป็นคอนเซ็ปต์หลักของอัลบั้มใหม่ เพลงนี้และอัลบั้มนี้มีชื่อว่า “This World Is Wrong”

“This World Is Wrong” เป็นอัลบั้มที่ถ่ายทอดความบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนในจิตใจมนุษย์ให้ออกมางดงาม ผ่านเส้นสายของขิมที่แหวกขนบ โอบล้อมด้วยบรรยากาศ ambient ของดนตรี electronic และ post-rock

งานนี้ Neuter Lover โปรดิวซ์ ควบคุมการผลิตด้วยตัวเอง และร่วมดูแลโปรเจคโดยวู้ดดี้ พรพิทักษ์สุข Mix / Mastering Engineer มือหนึ่ง ซึ่งได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง และด้วยความที่มีอาชีพหลักเป็น UX Designer อยู่แล้ว Neuter Lover จึงลงมือสร้างแพลตฟอร์มระดมทุน (Crowdfunding) บนเว็บไซต์ของตัวเอง เพื่อเติมเต็มงบประมาณในการผลิตอัลบั้ม และให้แฟนเพลงได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในอัลบั้มนี้ด้วย โดยถ่ายทอดประสบการณ์เบื้องหลังการบันทึกเสียงให้ผู้สนับสนุนทุกคนได้รับรู้กันไปทุกขั้นตอน ก่อเกิดเป็นความทรงจำที่ดีร่วมกันระหว่างศิลปินกับแฟนเพลง

แล้วในที่สุด อัลบั้ม “This World Is Wrong” ก็ได้มีกำหนดออกขายในเดือนกุมภาพันธ์ 2019

----------------------

BACKGROUND

‘อภิชญา จินดาพล ไชยพยอม’ หรือ ‘ตั๋ม’ เกิดและเติบโตในประเทศไทย ท่ามกลางแนวดนตรีที่หลากหลาย ดนตรีคือสิ่งที่ช่วยชีวิตของตั๋มไว้ได้ทุกครั้งที่แหลกสลาย ตั๋มจึงเริ่มที่จะระเบิดด้านมืดในใจผ่านบทเพลงมาตั้งแต่ย่างเข้าชีวิตวัยรุ่น



ด้วยความฝันตลอดมาว่าจะอยู่บนเวที ในปี 1998 ขณะที่เป็นนักศีกษาภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตั๋มจึงกระโจนเข้าร่วมวงกับเพื่อนในตำแหน่งนักร้องนำ จากนั้นก็ร่วมกันตั้งวงดนตรี Alternative Rock กับเพื่อนสาว 3 คน ชื่อ 'Erotic Youth' (E.Y.) ในปี 1999 เล่นเพลงคัฟเวอร์ของวงที่ชื่นชอบอย่าง Garbage, Cake, Lit, Pulp และแม้กระทั่ง Hide (X-Japan)


โชว์ของพวกเขาในงานเทศกาลต่างๆ ของมหาวิทยาลัยล้วนเป็นที่จับตามอง แต่หนทางของวงต้องสิ้นสุดลงเมื่อทุกคนจบการศึกษา และมีความฝันในอนาคตที่ต่างกัน

หลังจากทำงานประจำเป็น UI Designer ในบริษัทใหญ่ชื่อดังมา 3 ปี แล้วป่วยเป็นโรงกล้ามเนื้อเส้นประสาทตึงและล็อคขั้นรุนแรงจนแขนและคอแทบใช้งานไม่ได้ ตั๋มจึงลาออกมารักษาตัวและเริ่มชีวิตใหม่ด้วยการเป็นฟรีแลนซ์ new media designer จากจุดนี้ ตั๋มได้หันกลับมาตามความฝันของตัวเองอีกครั้ง เพราะดนตรียังคงฝังแน่นอยู่ในจิตวิญญาณ และมันก็ถึงเวลาแล้วที่จะทำมันด้วยตัวเอง